ห้องพัก431

ห้องพัก431 เรื่องราวสุดหลอนภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง และต้องบอกก่อนว่า ริต้าเองยังไม่ได้อ่านรีวิวห้องพักที่จองไว้ จาก เว็บ pantip นะคะ ตอนนั้นจึงตัดสินใจจองไปทั้งหมด 7 คืน แล้วคืนนั้นดันไปเจอรีวิวพันทิปที่สะดุดตา ของผู้เขียนท่านหนึ่ง เขารีวิวเอาไว้ว่า เขามาพักกับแฟนสาว ตกดึกหลับไปแต่อยู่ดี ๆ แฟนสาวปลุกเขา แล้วพูดว่า เธอเราไปนอนบนรถกันเถอะ พอตอนเช้าแฟนสาวของเขา จึงยอมเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนตื่นมากลางดึกได้ยินเสียงอะไรกลิ้งไปกลิ้มมา บนเพดานหลังคาทั้งคืน จนนอนไม่หลับ

พอถึงวันใกล้เข้า ห้องพัก431

รถแท็กซี่จากหัวหินมาส่งถึงที่พักปราณบุรีแห่งนี้ พนักงานเลือกห้องซีวิวติดถนนใกล้กับร้านอาหารของโรงแรมให้ แต่ริต้าบอกว่า อยากได้ห้องสวีท พนักงานจึงเปลี่ยนห้องพักให้ ซึ่งเราก็เพิ่งรู้ว่า ห้องที่หรูที่สุดในโรงแรมมันอยู่ไกลออกไป
หลังจากอ่านรีวิวในพันทิป ที่มีคนเขียนไว้ว่า เขากับแฟนเจอสิ่งลี้ลับในโรงแรมนี้ จนต้องรีบออกจากห้องพัก แล้วย้ายมานอนในรถแทน จากนั้นเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมในตอนเช้า ริต้าก็ยังไม่ได้กลัวอะไรมาก จนมาถึงตอนที่พนักงานช่วยย้ายห้อง
ห้องสวีท อยู่ในตึกด้านหลังที่เก่า และวังเวงมาก ตัวตึกมีสองตึกหันหน้าชนกัน มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งเราก็สังเกตว่า น้ำในสระเขียวมากเหมือนไม่ได้ใช้มาเป็นเวลานาน เรามีสัมภาระกระเป๋าเยอะมาก รวมทั้งหมอนใบชาอีก 5 ใบ ที่ขนมาด้วย

เพราะชอบนอนดมกลิ่นใบชาเพื่อสุขภาพ จนต้องให้พนักงานโรงแรมช่วยขนจากชั้นหนึ่งมาชั้นสี่ พร้อมให้ทิปพนักงาน 250 บาท เมื่อเปิดห้องพักเข้าไปพนักงานก็หายไปเลย ไม่มีการแนะนำการใช้ห้องพัก เราเดินเข้าไปสัมผัสได้ถึงฝุ่นในห้อง แถมระเบียงที่มีอ่างจากุซซี่ก็เต็มไปด้วยขี้นก
แต่เราก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะคิดว่า เราย้ายห้องกะทันหัน พนักงานเลยไม่ได้ทำความสะอาดล่วงหน้า เมื่อสำรวจห้องพัก ลองเปิดทีวีก็ดูได้ ส่วนตู้เสื้อผ้ามีไม้แขวนเสื้อ 3 อัน ทำจากไม้ ริต้าใส่เสื้อลงไปในไม้แขวนไม้ก็หักออกมาทันที สรุปไม้แขวนเสื้อใช้ได้อันเดียว ริต้าก็ไม่ได้เอะใจ เพราะห้องนี้ไม่มีใครพักมานาน จนไม้แขวนเสื้อในกรอบ และหักลงมา

จากที่ได้จัดแจงเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า ก็ลงจากตึกไปหาอะไรทานร้านอาหารโรงแรม ตอนนั้นในใจก็คิดว่า ตึกดูวังเวงแถมด้านหน้าก็มีป่ารก ด้านหลังก็มีแต่ต้นมะพร้าวกับสวน แต่ก็คิดในแง่ดีว่า คงมีแขกห้องอื่นพักในตึกนี้ด้วย ไม่น่ากลัวหรอก
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ก็กลับเข้าที่พักราว ๆ 3 ทุ่ม เราเดินผ่านห้องอาหารของโรงแรม มีพนักงานหนุ่มนั่งอยู่คนเดียว

ห้องพัก431

ขาของใคร อยู่ในห้อง

เราเดินผ่านในส่วนของห้องพลูวิลล่าเป็นหลัง มองไปไม่มีห้องไหนเปิดไฟเลย ทางเดินมีแต่ไฟสลัว ๆ ดวงเล็ก ๆ และเราก็เดินมาถึงตึกที่เราพักอยู่ ยิ่งวังเวง เพราะทั้งตึกมืดสนิท แสดงให้เห็นว่า ทั้งโรงแรมมีเราพักอยู่ห้องเดียว
เราใช้ไฟจากมือถือ ส่องขึ้นบันไดที่พักชั้น 4 ซึ่งมองไปข้าง ๆ ตึกระหว่างทางเดินก็เจอแต่ต้นมะพร้าว พอเราเปิดประตูห้องพัก เปิดไฟทุกดวง มีดวงที่ใช้ได้แค่ 3 ดวง ส่วนระเบียงไฟไม่ติด ส่วนไฟที่เปิดติด 3 ดวง เป็นไฟแบบสลัว ๆ ดูวังเวงมาก
มาถึงห้องพัก ริต้าก็เตรียมตัวอาบน้ำตอนนั้นเดินไปหยุดที่หน้ากระจกโต๊ะแต่งตัว เพื่อวางกระเป๋า แต่ตามองลงไปใต้โต๊ะกระจกแต่งตัว เราเห็นเหมือนขาคนที่มีเพียงครึ่งเข่า เดินไปมา
ตอนนั้นในใจคิดว่า สงสัยด้านล่างเป็นกระจก เลยสะท้อนเห็นขาตัวเอง หลังจากนั้นก็เข้าห้องน้ำ แช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ริต้าก็นอนคิดในอ่างอาบน้ำว่า ใต้โต๊ะกระจกแต่งตัวสงสัยเขาออกแบบเป็นกระจกผนังติดพื้น จึงลองก้มไปมองดูเพื่อความแน่ใจว่า ตาเราไม่ฝาด แม้ตอนนั้นเริ่มจะกลัวขึ้นมาก็ตาม

แล้วตาเหลือบไปใต้โต๊ะแต่งตัวเห็นขาคนเดิน ดูยังไงก็ไม่ใช่ขาเราแน่นอน เพราะตอนนั้นเราหยุดเดินแล้ว แล้วมันเป็นขาใครเดินไปมา หลังจากอาบน้ำเสร็จ ริต้าตัดสินใจก้มตัวลงไปมองใต้โต๊ะกระจกแต่งตัวอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือ ไม้ผนังไม่มีกระจก หรือวัสดุอะไรที่จะสะท้อนให้เห็นขาตัวเองเลย ตอนนั้นเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว  แต่ก็ปลอบใจตัวเอง และคิดว่า คงตาฝาดไป
จนถึงเวลาเกือบเที่ยงคืน ริต้า กราบหมอนพร้อมกับสวดมนตร์ แล้วล้มตัวลงนอน ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงแอร์รุ่นเก่าในห้องส่งเสียงคำรามเป็นระยะ ๆ แต่นอกจากเสียงแอร์แล้ว ก็มีอีกเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา เสียงเหมือนอยู่ใกล้เรามาก มากจนเราเริ่มจะแยกแยะไม่ออกระหว่างเสียงแอร์ กับเสียงเหมือนคนร้องไห้

ใครร้องไห้อยู่ใน ห้องพัก431

หลังจากที่เราพยายามตั้งใจฟัง เพื่อให้แน่ใจว่า หูไม่ฝาดแน่นอน ริต้าก็เข้าถึงสัจธรรมรู้แจ้งเห็นจริงว่า เสียงผีร้องไห้แบบที่คนโดนผีหลอกเป็นเสียงแบบใหน ? เสียงที่ริต้าได้ยินคือ เสียงคนร้องไห้อยูใกล้หูริต้า คือเสียงร้องแบบเงียบ ๆไม่ดังมาก คล้ายเสียงหือ หือ หือ หือ ไม่มีหยุด
เมื่อเราฟังจนแน่ใจว่า มีคนร้องไห้อยู่ใกล้หู ริต้าก็ลุกขึ้น และทำฟอร์มหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู Facebook ไปมา เหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร (ริต้า เคยอ่านเจอว่า ถ้าเจอผีหลอกกลางดึก อย่าทักกลับไป อย่างริต้าได้ยินเสียงร้องไห้ ถ้าริต้าทักกลับไปว่าร้องไห้เป็นอะไรเหรอ ? เจ้าของเสียงอาจตอบกลับมาว่า เหงาอยากมีเพื่อนคุยด้วยก็เป็นได้ )
เพราะฉะนั้น ริต้าเลยทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วเปิดไฟหัวเตียงนั่งเล่นโทรศัพท์จนเกือบตี 4 แล้วหลับไป

หลังจากได้ยินเสียงคนร้องไห้ใกล้หูริต้า ตื่นเช้ามา เราลงมาทานอาหารเช้า เมื่อมาถึงห้องอาหารของโรงแรม มีพนักงานเดินนำเรามาที่โต๊ะ พร้อมให้เราเลือกอาหารว่า จะเอาแบบไหน ริต้าเลือกทานข้าวผัดแล้วแกล้งถามพนักงานว่า วันนี้ที่พักแขกเข้าพักห้องเดียวหรือจ๊ะ ? พนักงานบอก มีเราห้องเดียวที่รวมอาหารเช้าอีก 2 ห้องไม่รับอาหารเข้า
แต่ริต้าพยายามมองไปห้องพลูวิลล่าแบบบ้านพัก ก็ไม่เห็นใครพักอยู่ดี วันที่ 2 เกิดเหตุที่ไม่น่าเกิดจนทำให้เราต้องเข้ามานอนโรงพยาบาล 1 คืนเสียค่านอนไป 24,000 จึงทำให้คืนที่ 2 เราไม่กลับเข้าโรงแรม

ตัดไปถึงวันที่ 3 ที่เรากลับเข้ามาพักในโรงแรม มาถึงช่วงบ่าย ริต้าเปิดประตูห้องพักเข้าไปไม่มีพนักงานมาทำความสะอาด เราก็เลยจัดแจงล้างอ่างจากุซซี่เอง
เพราะอยากนอนเล่น ระหว่างอาบน้ำในอ่างจากุซซี่ก็เหลือบไปเห็นรังต่อขนาดปานกลาง อยู่ตรงระเบียงไม้แถวอ่าง เราเลยยกมือไหว้ พออาบน้ำเสร็จ ได้ยินเสียงเคาะประตู แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดพอดี เมื่อแม่บ้านเข้ามา แม่บ้านถามริต้าว่า นอนหลับสบายดีไหมคะ ? ริต้าเลยแกล้งถามว่า เหมือนทั้งตึกมีเราพักห้องเดียวเหรอคะ ? แม่บ้านเงียบไปสักพักจึงตอบกลับมาว่า ค่ะปกติตึกนี้ไม่เปิดให้คนเข้าพัก ริต้าเลยช่วยตอบกลับไปว่า อ๋อสงสัยเพราะ เปลืองค่าไฟที่ต้องเปิดทั้งตึก

ห้องพักสุดหลอน ห้องพัก431

ทั้งที่ความจริง ไม่มีใครมาเปิดไฟทางเดินเลย ทั้งตึกมืดสนิท จนริต้าต้องมาเปิดไฟทางเดินเอง หลังจากนั้น ริต้าก็เลยแจ้งแม่บ้านว่า อ่างจากุซซี่ตรงระเบียงมันมีรังต่อ ดูอันตรายถ้ามีแขกเข้าพักโดนต่อต่อย แม่บ้านทำหน้างง แล้วอึ้งไปสักพัก บอกริต้ากลับมาว่า อ่างนั้นใช้ไม่ได้นะคะ พนักงานไม่ได้แจ้งเหรอคะว่าห้ามใช้ ?
ริต้าเลยถามกลับไปว่า ทำไมใช้ไม่ได้คะ ? แม่บ้านอึ้งไปแล้วตอบกลับมาว่า เพราะน้ำไม่ไหล ริต้ายังไม่ได้คิดอะไรในคำพูดแฝงของแม่บ้าน เลยรีบตอบกลับไปว่า อาบได้นะคะ เราอาบไปแล้วน้ำไหลปกติดีค่ะ แม่บ้านเงียบไปแล้วบอกริต้าว่า ใช้ได้แล้วเหรอคะ งั้นจะได้แจ้งพนักงานว่าอ่างใช้ได้แล้ว หลังจากแม่บ้านออกไป ริต้าเริ่มคิดได้จากที่คุยกับแม่บ้าน เราคิดว่าห้องนี้อาจจะมีอะไร

คืนที่ 3 เราหยิบหลวงพ่อแพ พระพิฆเนศ คุณย่าโม ของพ่อริต้าที่เสียชีวิตแล้ว มาไว้ใต้หมอน แล้วสวดมนต์เสียงดังพร้อมท่อง คาถาถอนโบสถ์ ที่อ่านเจอว่า

พุทธัง ปัจจักขามิ

ธัมมัง ปัจจักขามิ

สังฆัง ปัจจักขามิ

แล้วก็กินยา และหลับไป ตื่นเช้ามาวันนี้เห็นมีครอบครัวคนจีนมากินอาหาร 1 โต๊ะแล้วก็ถือ กระเป๋าขึ้นรถจากไป เรากลับมาที่ห้องเปิดทีวีดู ปรากฏว่า ทีวีไม่ติดเลยสักช่อง พอลองดูโทรศัพท์ที่หัวตียงปรากฏว่า ก็ใช้ไม่ได้ แสดงว่าห้องนี้ทุกอย่างเสียเกือบหมด
คืนสุดท้าย ช่วงเย็นเราออกไปหาอะไรทานที่ร้านอาหารด้านนอกโรงแรม แล้วเดินกลับเข้าโรงแรมเกือบ 3 ทุ่ม แถวนี้แค่ 2 ทุ่ม ก็เงียบมากแล้ว ส่วนร้านอาหาร 3 ทุ่ม ก็เกือบปิดแล้ว ด้านหน้าก่อนถึงโรงแรมเป็นป่ารกมองเข้าไปไกล ๆ จะเห็นตึกที่เราพัก เรามองไปที่ตึกเห็นไฟเปิดสลัวอยู่ห้องหนึ่ง เราดีใจมากที่อย่างน้อยมีแขกมาพักด้วย

แต่มองไปมองมา ไฟที่เปิดสลัวคือ ห้องพักของเราเอง แต่พอเราเดินเข้าไปใกล้ตึกไฟที่เปิดสลัวก็หายไป เราก็ลืมคิดเรื่องนี้ พอถึงห้องพักกินยาแล้วนอนเลย แบบไม่ต้องคิดอะไร จนตอนวันเช็คเอ้าท์ เราแจ้งพนักงานว่า ห้องพักทุกอย่างในห้องใช้ไม่ได้เลย พนักงานลดค่าห้องให้เราอีก 500
แล้วเราก็ออกมา เรารู้สึกดีใจมากตอนที่รถแท็กซี่มารับออกจากโรงแรมมาส่งที่ท่ารถ เพื่อเดินทางต่อมาภูเก็ต ตอนนี้เราพอมีเวลาว่าง เลยมานั่งอ่านรีวิวเก่า ๆ ที่คนเขียนเกี่ยวกับโรงแรมนี้ทำให้เริ่มคิดได้ว่า

1. วันแรกที่เดินทางไป พนักงานรีบแจ้งว่า เลือกห้องพักแบบซีวิวให้ ซึ่งติดกับหน้าหาดเลย น่าแปลกใจ และเหมือนมีอะไรดลใจพนักงานหน้าฟร้อนท์ ถึงกลับเปลี่ยนให้ แถมบอกจะยกเลิกการจองในเว็ปให้เรา แถมราคาถูกกว่าห้องซีวิวอีก ทั้งที่แม่บ้านบอกเราว่า ปกติตึกนี้ไม่เปิดให้คนเข้าพัก
2. อ่างอาบน้ำที่แม่บ้านบอกใช้ไม่ได้ มันก็ใช้ไม่ได้จริง ๆ พอเราไปอ่านรีวิวเมื่อ 8 เดือนก่อนลูกค้าได้เขียนไว้จริง ๆ มีแต่ริต้าที่ใช้ได้ปกติ เหมือนเขาคงอยากให้อยู่เป็นเพื่อนในห้องด้วย
3. เว็ปจองห้องพักของที่นี่บอกว่า เหลือห้องสุดท้ายแล้วแต่จริง ๆ ไม่มีใครพัก
4. วันที่ 6 ที่ริต้าเห็นไฟสลัวเปิดอยู่ในห้องตัวเอง ตอนเดินกลับจากกินข้าวข้างนอก และเมื่อถึงใกล้ตึกไฟก็ดับลง ริต้าคิดว่า ผีที่อยู่ในห้อบคงเปิดรอริต้า เพราะห้องนี้ใช้ระบบคีย์การ์ดแบบต้องเสียบ ไฟฟ้าถึงจะติด

แล้ว ห้องพัก431 ไฟจะเปิด และปิดเองได้ยังไง เมื่อคีย์การ์ดอยู่ในกระเป๋าริต้า เพื่อน ๆ อ่านแล้วคิดว่ายังไงคะ จะมีผีอยู่ในห้องริต้าจริง ๆ ไหม หรือทั้งหมดริต้าคิดไปเอง ใครมีความคิดเห็นอย่างไร ลอง Comment มาได้นะคะ

วันหยุดยาว ใครชอบขับรถทางไกล ถ้าใช้ถนน ตากฟ้า-ตาคลี ไม่ว่าอะไรอยู่ตรงหน้าคุณ ห้ามทัก ห้ามจอด โดยเด็ดขาด เพราะสิ่งที่คุณกำลังเจอ อาจจะไม่ใช่คน เรื่องราวของถนนเส้นนี้ จะน่ากลัวแค่ไหน แล้วมีใครเคยเจอบ้าง ต้องเข้าไปอ่านดูเอาเองค่ะ บอกเลยว่า คืนนี้นอนไม่หลับแน่นอน

Related Posts